คูปองส่งฟรี

3 สินค้าน่าซื้อช่วง Lazada 11.11 Sale

เชื่อว่าหลายๆคนรอกดคูปองส่งฟรีของลาซาด้ากันอยู่แน่นอน บางท่านอาจมีสินค้าในใจที่ต้องการซื้อ แต่บางท่านอาจจะยังไม่แน่ใจว่าจะซื้ออะไรดี วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำสินค้าน่าซื้อช่วง Lazada 11.11 sale กัน จะมีอะไรน่าซื้อกันบ้างรีบตามกันมาดูเลยค่า วันนี้เราจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ 3 หมวด คือ การออกกำลังกาย อาหารและความงาม จะมีสินค้าอะไรน่าซื้อบ้างมาดูกันค่ะ

1. เครื่องออกกำลังกาย

เราเชื่อว่าหลายๆคนผันตัวมาเป็นคนที่รักสุขภาพกันมากขึ้น อย่างช่วงนี้หลายคนมีเวลาอยู่บ้านกันมากขึ้นและอาจต้องนั่งทำงานนานๆ จนกลายเป็นออฟฟิศซินโดรม ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายเราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นอย่างเช่น ลู่วิ่ง จักรยานไฟฟ้า หรือใครชอบกิจกรรมที่ออกแรงเยอะหน่อย อย่างที่กระโดดเชือก และฮูลาฮูป ช่วยทำให้คุณได้ออกกำลังกายอยู่ที่บ้านสบายๆ แบบไม่ต้องไปยิมเลย ที่สำคัญหากใครกลัวเหงาอาจวิดีโอคอลชวนเพื่อนมาออกกำลังกายด้วยกัน เพื่อให้กิจกรรมอยู่บ้านของเราสนุกและสุขภาพแข็งแรงขึ้นกว่าเคย ที่สำคัญซื้อทั้งทีอย่าลืมกดโค้ด คูปองส่งฟรีต่างๆ เอาไว้ด้วยนะคะ ยิ่งสินค้าราคาสูงแล้วเรามีคูปองช่วยลดคือทำให้เราได้โปรที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม 

2. อาหารอร่อยๆ 

อาหารน่าซื้อช่วงหยุดอยู่บ้าน แน่นอนว่าต้องเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารที่สามารถส่งมาได้ เสียยาก และใช้งานได้นาน กินได้เรื่อยๆ อย่างเช่นพวกน้ำพริก น้ำปลาร้า น้ำจิ้มสุกี้ และน้ำตาลปี๊ปต่างๆ ที่สำคัญอาหารพวกนี้เราใช้ทุกวัน การซื้อตุนไว้ในช่วงที่มีคูปองส่งฟรี หรือส่วนลดคือคุ้มมาก เพราะปกติสินค้าจะมีความหนัก ทำให้ค่าส่งแพงขึ้นไปด้วย การซื้อช่วงนี้จึงจะช่วยทำให้เราได้ส่วนลด และได้สินค้าถูกใจ ทำอาหารกันได้ยาวๆ ที่สำคัญยังสามารถซื้อแบบยกแพ็คเอาไปฝากคนที่บ้าน เช่น คุณแม่ คุณย่า คุณยาย เพื่อให้เขาใช้ในการประกอบอาหาร คนรับต้องยิ้มแน่นอน 

3. สินค้าความงาม

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องมีติดบ้านคือสกินแคร์ดีๆ สกินแคร์ปังๆ ยิ่งซื้อในช่วงมีคูปองส่งฟรี หรือโค้ดส่วนลดต่างๆยิ่งคุ้ม เพราะปกติแบรนด์ต่างๆเขาไม่ค่อยลดกันง่ายๆ การซื้อช่วงโปรจึงคุ้มค่ามากๆ ที่สำคัญเขายังมีของแถมให้อีกด้วย โปรแบบนี้อาจชวนเพื่อนมาช้อปด้วยกัน เพราะยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งลดเยอะ ดีมากจริงๆ หากใครสนใจแบรนด์ไหน ก็รีบกดใส่ตะกร้าได้เลยไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์แต่งหน้าหรือครีมบำรุง ตุนไว้อุ่นใจกว่าแน่นอน

รับซื้อกระเป๋าแบรนด์

เข้าร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ทั้งที จะซื้ออะไรดีนะ ?

คุณสาวๆ ขาช้อปทั้งหลายทางเราเชื่อเลยว่า คุณสาวๆ ต้องเคยประสบพบเจอกับปัญหานี้แน่ๆ กับปัญหาที่ว่าเดินช้อปจนเมื่อยแต่ไม่รู้จะซื้ออะไรดีนั่นเอง แต่หากคุณสาวๆ อ่านบทความนี้จบ เราขอรับรองเลยว่าปัญหานี้จะหมดไป เพราะได้รวบรวมแบรนด์และรุ่นกระเป๋าที่น่าสนใจ ที่คุณสาวๆ ควรมีติดตัวไว้สักใบมาฝากกัน แต่แบรนด์และรุ่นกระเป๋าที่น่าสนใจ ที่คุณสาวๆ ควรมีติดตัวไว้สักใบจะมีแบรนด์และรุ่นอะไรบ้างนั้น ต้องตามมาดูกันเลย

เข้าร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ทั้งที จะซื้ออะไรดีนะ ?

  • เข้าร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ซื้อ Louis Vuitton Zippy Wallet ดีกว่า เรียกได้ว่านี่แหละเป็นกระเป๋าสตางค์สุดคลาสสิก ที่สาว ๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากจะครอบครองมาไว้สักใบ ซึ่งก็บอกเลยว่าถ้ามีไว้สักใบรับรองว่าฟินแน่ เพราะมันทั้งสวยไม่มีเอาท์ แถมยังทนทานใช้ได้นานปี รุ่นนี้ช่องใส่บัตรเยอะด้วยล่ะ ใครที่มีกระเป๋าสตางค์รก ๆ ถอยใบนี้มาสิจัดการได้เอาอยู่ ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 17,000 – 25,000 บาท
  • เข้าร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ซื้อ Prada Saffiano Triangle Leather Wallet ดีกว่า กระเป๋าสตางค์สุดไฮโซที่มีไว้รับรองว่าเก๋ไก๋สไลเดอร์ที่สุด แถมรูปทรงแบบนี้ก็ยังไม่เอาท์ไปง่าย ๆ ด้วย คุณผู้หญิงที่มีไว้ในครอบครองต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าซื้อมาเถอะคุ้ม ใช้ได้นานสมกับเงิน (ก้อนโต) ที่เสียไปแน่นอน ใครที่มีงบพอจะจัดกระเป๋าสตางค์ราคาแอบเจ็บราว ๆ 16,000 – 20,000 บาทนี้ก็จัดเลยค่ะ ซื้อมาครั้งเดียวใช้ไปยาว ๆ เลย 
  • เข้าร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ซื้อ Michael Kors Jet Set Travel Saffiano Leather Continental Wallet ดีกว่า อีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำกระเป๋าถือก็สวย หรือจะเป็นกระเป๋าสตางค์ก็ดีเริดสมราคา ทั้งดีไซน์ สีสัน และคุณภาพที่ซื้อมาแล้วรับรองว่าถูกใจแน่นอน แถมราคาก็ยังไม่ได้แพงจนแทบจะหยุดหายใจนัก โดยราคาของรุ่นนี้จะอยู่ที่ราว ๆ ประมาณ 5,000 – 7,000 บาท

และแบรนด์และรุ่นกระเป๋าที่น่าสนใจ ที่คุณสาวๆ ควรมีติดตัวไว้สักใบชิ้นสุดท้าย คือ Kate Spade Cedar Street Nika มาดูกันที่กระเป๋าสตางค์แบบกระดุมเปิดขึ้นง่าย ๆ กันบ้าง ใครที่พกบัตรโน่นนี่เยอะแยะไปหมด ต้องชอบกระเป๋าสตางค์รุ่นนี้แน่นอน เพราะมีช่องใส่บัตรให้เยอะจุใจ แถมยังมีช่องไว้ใส่บิลหรือซ่อนเงินเอาไว้ด้วย แค่มีใบเดียวก็จบทุกสิ่งอย่าง ที่สำคัญคือราคาไม่แพงเกินไปโดยอยู่ที่ราว ๆ 6,000 – 10,000 บาทเท่านั้นเอง

ReLEx Smile

ReLEx Smile คืออะไร

ปัญหาสายตาเป็นปัญหาที่รบกวนการใช้ชีวิตของทุกคน ส่วนใหญ่แล้วปัญหาสายตาที่เกิดขึ้นคือปัญหาสายตาสั้น บางคนอาจมีสายตาเอียงร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีคนที่ปวดกระบอกตาเนื่องจากเพ่งหรือจ้องสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน อย่างไรก็ดีปัจจุบันมีเทคโนโลยีจำนวนมากที่ทำให้ปัญหาสายตาสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย ReLEx Smile คืออีกหนึ่งวิธีการรักษาดวงตาซึ่งตอบโจทย์สำหรับคนที่มีปัญหาสายตาได้ เป็นเทคโนโลยีอย่างไรไปดูพร้อมกัน  

ReLEx SMILE 

ReLEx Smile หรือที่เรียกชื่อในภาษาอังกฤษว่า Refractive Lenticule Extraction เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดสำหรับแก้ไขปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียงโดยใช้แสงเลเซอร์นำมาประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีนี้มีการพัฒนามาจากเทคโนโลยี lasik แต่ว่ามีข้อดีกว่าการทำเลสิกเนื่องจากช่วยลดภาวะหรือผลข้างเคียงนั่นเอง  

ขั้นตอนการแก้ไขความผิดปกติมีดังต่อไปนี้ 

เนื่องจากว่าเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนสายตาสั้นโดยเฉพาะ จึงจะใช้แสงเลเซอร์ในการผ่าตัดเพื่อแยกชั้นกระจกตาให้เป็นรูปเลนส์ที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย หลังจากที่มีการปรับรูปของกระจกตาแล้วจะนำเลนส์ที่มีการตัดไว้มาวางที่แผลเปิดขนาด 3 mm บริเวณกระจกตานั่นเอง  อย่างไรก็ดีเราสามารถนำเลนส์ที่ตัดไว้เตรียมไว้ก่อน จุดเด่นของวิธีนี้คือแผลจะมีขนาดเล็กและไม่มีผลข้างเคียง ในขณะที่เส้นประสาทบริเวณรอบกระจกตาก็ไม่ถูกรบกวนอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ หลังเข้ารับการรักษาแล้วผู้ป่วยจะมีอาการตาแห้งหรือเคืองตาน้อยมากหากเปรียบเทียบกับการทำเลสิกแบบเดิมๆ นอกจากนี้ค่าสายตาหลังการผ่าตัดจะแม่นยำ สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างชัดเจนในเวลา 2 วันเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้นก็สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามที่ต้องการ  

ข้อดีของการทำ ReLEx Smile (Refractive Lenticule Extraction)  

ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ทำหัตถการ เพราะว่าไม่มีเครื่องมือในการแยกชั้นของฝากระจกตาแบบเลสิกดั้งเดิม ส่งผลให้รู้สึกสบายตาหลังจากที่ผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อน สำหรับการแยกชั้นกระจกตาแบบเดิมๆซึ่งอาจจะทำให้เส้นประสาทรอบดวงตาเสียหายได้ อาจจะกล่าวได้ว่าการทำหัตถการประเภทนี้ไร้ใบมีดหรือปราศจากใบมีดแต่ให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ สามารถแก้ไขปัญหาสายตาได้มากถึง 1,000 สัตว์เป็นวิธีทันสมัยในการรักษาสายตาอังกฤษปกติสำหรับคนที่มีข้อจำกัดเรื่องกระจกตาหนา ลดการพักฟื้นซึ่งเหมาะสมสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพต่างๆ  

จะเห็นได้ว่าการรักษาสายตาด้วยวิธีการเหล่านี้แม้มีราคาสูงแต่สามารถจะไว้วางใจได้ถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เหมาะสมสำหรับคนที่ต้องการให้การดูแลสายตาและถนอมสายตาเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดผลดีและไม่ทำให้เกิดอุปสรรคในการรักษาสายตา เนื่องจากการรักษาสายตาด้วยวิธีนี้ ทำด้วยจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะนั่นเอง 

วิธี-รักษา-ริดสีดวง

รวมวิธีรักษา ริดสีดวง ด้วยวิธีต่าง ๆ ที่คุณต้องรู้ ก่อนจะสายเกินไป

โรคริดสีดวงนั้นเป็นหนึ่งในโรคที่ค่อนข้างจะลำบากเวลาขับถ่าย และ การใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก จะนั่งขับถ่ายก็เจ็บแสบ  บางคนนั้นอาจจะมีเลือดออกมาขณะขับถ่ายด้วยเช่นกัน บางคนนั้นอาจจะอาการอื่น ๆ เช่น คันรอบปากทวารหนัก มีความรู้สึกแฉะของทวารตลอดเวลา และสำหรับคนที่เป็นริดสีดวงอยู่ก็ตามอาจจะถามหา วิธีรักษาริดสีดวง กันวันนี้เราจึงได้นำ วิธีรักษาริดสีดวงด้วยตัวเอง มาฝาก ผู้อ่านทุกท่านครับ

ริดสีดวง-รักษา-เบื้องต้น

ยาเหน็บ

ยาเหน็บ

            เหน็บยา วิธีรักษาริดสีดวง หนึ่งในวิธีที่ไม่ค่อยมีใครนิยมกันแล้ว เพราะว่าอาจจะความยุ่งยาก หรือ เพราะหลาย ๆ เหตุผลก็ตาม แต่เป็นหนึ่งในวิธีทำให้แล้วได้ผลจริง และสามารถทำเองได้แม้อยู่บ้าน โดยในยาเหน็บจะมีส่วนผสมของ ตัวยาเบนโซเคน ( Benzocaine) 1 กรัม  ครีมลาโนลิน 15 กรัม  ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญในการรักษาโรคริดสีดวง

ยารักษาโรค

            โดยการใช้ยารักษาโรคของ  โรคริดสีดวง นั้นจะต้องขึ้นอยู่ความรุนแรงของริดสีดวงด้วยเช่นกัน ว่าอยู่ในระดับไหน ถ้าหากเป็นระยะแรกเริ่ม หรือ ระยะที่ 2  นั้นสามารถใช้ยาได้เองที่บ้านได้เลย และ นอกจากนี้อาจจะมีการใช้ยาระบาย ยาหดตัวของหลอดเลือด ยาฝาดสมาน เข้าช่วยด้วยเช่นกัน

การฉีดยา

            เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้กันเยอะในปัจจุบันนั้นคือการใช้ยาฉีดเข้าไป ที่ตำแหน่งของริดสีดวงทวารที่เลือดออก เพื่อให้เลือดจับตัวกันเป็นจนเกิดเป็นลิ่ม ในหัวริดสีดวง จากนั้นจะเกิดเนื้อผังผิดขึ้นมา แทนที่หัวริดสีดวง และ ต่อมาเนื้อผังผิดนั้นจะหดตัวไปตามธรรมชาติของมัน และ หัวริดสีดวงก็จะฝ่อไปในที่สุด

การผ่าตัด

การผ่าตัด

            เป็นการรักษาที่จะใช้ต่อเมื่อริดสีดวงของเรานั้นอยู่ในขั้นที่ 3 ถึงขั้น 4  ที่จะต้องใช้วิธีนี้รักษาเท่านั้นเนื่องจากว่าขนาดของริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากขนไม่สามารถกลับเข้าไปได้เอง โดยการผ่าตัดนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวน และ ขนาดของริดสีดวง ว่าจะยากหรือง่ายนั้นเอง

“ชาชัก” รู้จักกันไว้ ใช้ดับร้อนตอนบ่าย ๆ จาก foodpanda กรุงเทพกันเถอะ

foodpanda กรุงเทพ

ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา คงจะไม่มีอะไรสุขใจเท่ากับการได้ดื่มอะไรหวาน ๆ เย็น ๆ อีกแล้ว และหนึ่งในเครื่องดื่มยอดฮิตจากแดนใต้ที่ถูกอกถูกใจคนไทยใน foodpanda กรุงเทพ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากชานม โดยเฉพาะชาชัก ว่าแต่ทำไมเขาถึงเรียกกันว่าชาชักนะ เป็นชานมธรรมดาไม่ได้หรือ มันต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะนำคุณไปทำความรู้จักกับที่มาของชาชักกัน จะได้รู้ว่าเคล็ดลับความอร่อยของเขามีที่มาอย่างไร

ชาชัก ชื่อนี้มีที่มาจากไหน

ชื่อชาชักมีความเป็นมาเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อนให้ชวนปวดหัว ชาชักมีต้นกำเนิดมาจากแถบมาเลเซียเมื่อราว 70 ปีที่ผ่านมานี้เอง ว่ากันว่าเป็นเมนูจากผู้อพยพชาวมุสลิมจากประเทศอินเดีย ซึ่งภายหลังได้กลายมาเป็นเครื่องดื่มประจำชาติสุดประทับใจของคนมาเลเซียในที่สุด และก็เป็นเมนูขวัญใจคนไทยใน foodpanda กรุงเทพ ด้วยเช่นกัน คนมาเลเซียเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า teh tarik คำว่า teh หมายถึงชา ส่วนคำว่า tarik หมากถึงการชัก วิธีการชงของชานมประเภทนี้คือจะมีแก้วสองใบให้เทกลับไปกลับมา ดูเผิน ๆ เหมือนกับเป็นการโชว์ทักษะของผู้ชง แต่ลึก ๆ แล้วกลับมีความหมายที่แท้จริงซ่อนอยู่ และนั่นคือที่มาของความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาชักนั่นเอง

การชักเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีกขั้น

เพราะชานมประกอบด้วยส่วนผสมหลายอย่าง ได้แก่ น้ำชา นม นมข้นหวานและน้ำตาล ทำให้ส่วนผสมนั้นไม่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน 100% การทำชาชักโดยใช้แรงโน้มถ่วงช่วยโดยเทน้ำชากลับไปกลับมาเป็นสายยาว ๆ เชื่อว่าจะทำให้เนื้อของชานมกลมกลืนมากขึ้น เมื่อดื่มจะพบว่าสัมผัสนุ่มลิ้น ได้ความอร่อยกลมกล่อมเป็นที่สุด สังเกตได้ว่ากระบวนการนี้จะทำให้มีฟองอากาศมาก ใครที่เห็นฟองบนแก้วนั่นหมายความว่าคุณได้อยู่ต่อหน้าชาชักของจริงแล้วล่ะ

การชักช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับการดื่ม

แต่เดิมนั้นชานมหรือชาชักยังไม่นิยมดื่มแบบเย็นใส่น้ำแข็งอย่างทุกวันนี้ แต่เป็นการชงแบบร้อนด้วยน้ำร้อนใกล้เดือดเสียส่วนใหญ่ การดื่มชาจึงต้องรอให้อุณหภูมิลดลงก่อนถึงจะดื่มได้ไม่ลวกปาก การชักชาทำให้ตัวน้ำชาสัมผัสกับอากาศมากขึ้น จึงเป็นการลดอุณหภูมิของน้ำที่รวดเร็วและได้ผลดีอย่างยิ่ง ทำให้สามารถดื่มได้แทบจะทันทีที่เสิร์ฟเพราะน้ำจะร้อนกำลังดี แต่จะดื่มแบบเย็นก็อร่อยไม่แพ้กันหรอกนะ ร้านชานมใน foodpanda กรุงเทพไม่น้อยจึงเลือกเสิร์ฟแบบแยกน้ำเพื่อให้น้ำแข็งไม่ละลายก่อนที่จะถึงมือคุณผู้ทาน

ได้รับรู้คุณค่าและความน่าทึ่งของชาชักไปแล้ว ก็ขอแนะนำว่าถ้าอยากทาน ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล ๆ เพราะแอปพลิเคชัน foodpanda กรุงเทพ บนหน้าจอสมาร์ทโฟนของคุณ สามารถเรียกหาชาชักจากร้านดังให้มาส่งถึงหน้าบ้านหรือที่ทำงานของคุณได้เลย แถมยังมีส่วนลดให้ใช้กันทุกวันอีกต่างหาก แบบนี้ต้องสั่งโลด

รู้ไว้ได้ประโยชน์ 15 สรรพคุณว่านหางจระเข้ที่ดีจนต้องบอกต่อ

“ว่านหางจระเข้” พืชสมุนไพรที่นิยมปลูกมาแต่โบราณ โดยว่านหางจระเข้เป็นพืชที่มาพร้อมสารพัดประโยชน์ จะนำมารับประทานก็ได้หรือจะใช้กับเรื่องสวย ๆ งาม ๆ ก็เหมาะ และสำหรับใครที่อาจยังไม่ทราบสรรพคุณพืชสมุนไพรชนิดนี้ วันนี้เรามี 15 สรรพคุณว่านหางจระเข้ที่ดีจนต้องนำมาบอกต่อกัน

1. รักษาแผลจากของมีคม

หากถูกของมีคมบาดหรือมีอาการผิวหนังถลอก ให้นำเนื้อว่านหางจระเข้ล้างน้ำให้สะอาดและทาบาง ๆ เพื่อให้แผลสมานเร็วยิ่งขึ้น

2. ลดอาการปวดศีรษะ

อีกหนึ่งประโยชน์ของว่านหางจระเข้ที่บอกต่อกันมาแต่โบราณ เพียงใช้ใบว่านหางจระเข้ทาด้วยปูนแดง จากนั้นประคบบริเวณท้ายทอย สังเกตได้ว่าอาการปวดจะดีขึ้น

3. ตัวช่วยปราบสิวเสี้ยน

บอกลาปัญหาสิวเสี้ยนด้วยการนำว่านหางจระเข้ผสมไข่ขาวและน้ำผึ้ง มาส์กทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นค่อย ๆ ลอกออก สังเกตว่าสิวเสี้ยนจะติดมาส์กเป็นจำนวนมาก เคลียร์ปัญหาสิวได้ง่าย ๆ ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย

4. แก้ปัญหาหน้าท้องลายหลังคลอด

ปัญหาหนักใจของผู้หญิงหลายคน เพราะหลังจากคลอดบุตรแล้วมักพบปัญหาผิวแตกลาย วิธีง่าย ๆ คือนำว่านหางจระเข้พอกทิ้งไว้บริเวณหน้าท้อง เพราะสรรพคุณว่านหางจระเข้จะช่วยมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

5. ช่วยให้เส้นผมดกดำ

ตัวช่วยให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม เพียงนำมาชโลมเส้นผม หมักทิ้งไว้ 15-20 นาที จะช่วยให้เส้นผมสวยอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังลดการเกิดรังแคอีกด้วย

6. รักษาแผลไฟไหม้ แผลจากเตารีด

เชื่อว่าหลายคนที่เคยโดนเตารีดหรือน้ำมันกระเด็นระหว่างทำอาหาร อาจเคยใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณแผล เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติรักษาแผลพุพอง แผลไฟไหม้ และน้ำร้อนลวกได้เป็นอย่างดี

7. ลดเส้นเลือดขอด

รักษาเส้นเลือดขอดโดยไม่ต้องทายาหรือผ่าตัด เพียงพอกด้วยว่านหางจระเข้บ่อย ๆ ปัญหาเส้นเลือดขอดจะค่อย ๆ จางลง

8. เมนูของหวานแสนโปรดปราน

ว่านหางจระเข้สามารถนำมาทำเมนูของหวานได้หลายอย่าง เช่น น้ำว่านหางจระเข้ วุ้นว่านหางจระเข้ลอยแก้ว เป็นต้น ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในฤดูร้อน

9. ดูแลผิวไหม้จากแดด

สำหรับใครที่ชอบอาบแดดและเกิดอาการแสบร้อนหรือเป็นรอยแดง ให้รีบทาว่านหางจระเข้เพื่อบรรเทาอาการแสบคัน โดยแนะนำให้เลือกใช้เจลว่านหางจระเข้ที่บรรจุในหลอดหรือกระปุกเพื่อการใช้งานที่สะดวก

10. ชะลอวัย

การดื่มว่านหางจระเข้เป็นประจำนอกจากทำให้สดชื่นแล้ว ยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ชะลอวัยและลดการเสื่อมถอยของเซลล์ในร่างกาย

11. ตัวช่วยย่อยอาหาร

การรับประทานว่านหางจระเข้ ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบย่อยอาหาร เพราะสรรพคุณว่านหางจระเข้ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ และช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานดียิ่งขึ้น

12. มาส์กหน้าของสาวผิวแห้ง

เติมเต็มน้ำให้ผิวโดยการมาส์กหน้าด้วยว่านหางจระเข้ เพียงนำว่านหางจระเข้ผสมโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง จากนั้นพอกบาง ๆ ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที รับประกันได้ว่าผิวหน้าจะอิ่มฟูและสดใส

13. ลดการฟกช้ำและอักเสบ

เมื่อร่างกายได้รับการกระแทกจนเกิดเป็นรอยช้ำหรือการอักเสบ ให้หาน้ำวุ้นจากว่านหางจระเข้มาพอกบ่อย ๆ เพื่อลดอาการบวมช้ำ

14. ปลอบประโลมผิวใต้วงแขน

หลังการกำจัดขนใต้วงแขน ไม่ว่าจะเป็นการถอน การโกน การแว็กซ์ หากเกิดรอยแดงจากการระคายเคืองสามารถทาเจลว่านหางจระเข้บาง ๆ ได้ เพื่อปลอบประโลมผิวจากการโดนทำร้าย

15. ลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

เพียงนำวุ้นว่านหางจระเข้มาพอกที่ผิวหนังจะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ ดูนุ่มนวล น่าสัมผัส

จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของว่านหางจระเข้นั้นมีมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายครอบครัวนิยมปลูกภายในบ้าน เพราะนอกจากว่านหางจระเข้จะอัดแน่นด้วยประโยชน์มหาศาลแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าในการซื้อยาแผนปัจจุบันมาใช้อีกด้วย

อยู่บ้านและช้อปอย่างสบายใจไปด้วยกันกับ #ShopeeFromHome Month ช้อปสินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในบ้าน อาหาร น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง และอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวันลดราคาถูกสุดๆ ช้อปแค่ 0 บาทก็ส่งฟรีถึงบ้าน! พร้อมรับ Coin Cashback ปังๆ 20% ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 6 – 29 เมษายนนี้!

ชาลำไย

ชำแหละ “ชาลำไย” กับประโยชน์ทุกส่วนที่เราอาจจะไม่รู้

เชื่อว่าหลาย ๆ คนนั้นอาจจะไม่ชอบในเรื่องของน้ำผัก น้ำผลไม้ หรือ น้ำชา เพราะด้วยรสชาติ หรือ กลิ่น ที่ไม่หอมเหมือนกาแฟ ไม่อร่อยเหมือนน้ำอัดลม จนทำให้ใครหลาย ๆ คนไม่ชอบ แต่ว่าดูเหมือนว่าทุกคนกำลังจะคิดผิดไปนะครับ เพราะดูเหมือนว่าชาต่าง ๆ นั้นดันมีสรรพคุณมากมาย มีคุณประโยชน์มากมาย  ในส่วนนี้ผมจะยกตัวอย่าง “ชาลำไย” กันว่าแค่ชาจากลำไยลูกน้อย ๆ เนี่ยจะทำอะไรกับร่างกายเราได้บ้าง ?

ประโยชน์จากสรรพคุณของชาลำไยที่เห็นได้

            ในส่วนของสรรพคุณนั้น สมุนไพรนั้นมีประโยชน์มากมายไม่เว้นแม้กรั้งลำไย เราลองมาดูประโยชน์ของลำไยแบบที่เห็นผลแบบง่าย ๆ กันก่อนดีกว่านะครับ โดยประโยชน์ของลำไยนั้นมีสรรพคุณมากมายเช่น เมล็ดนั้นจะช่วย ห้ามเลือด แก้ปวด ช่วยสมานแผล  ใบช่วย แก้ไขวัด แก้ริดสีดวงทวาร ดอกช่วยแก้โรคเกี่ยวกับหนองทั้งหลาย รากช่วยแก้เสมหะและลม ขับพยาธิเส้นด้าย  เปลือกต้นแก้เสมหะ ขับลมในลำไส้ และน้ำลายเหนียว

ประโยชน์จาก ชาลำไย

            เรารู้แล้วว่าแต่ละส่วนนั้นมีประโยชน์ขนาดไหน แต่แน่นอนว่าการที่ดราจะไปแทะต้นลำไยคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราเลยเอาทุกอย่างมาไว้ใน “ชาลำไย” แทน ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า ชาลำไย นั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

              ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง : เนื่องจากว่าลำไยนั้นมีธาตุแคลเซียมสูง จึงจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง

               ช่วยแก้ป้องกันอาการอ่อนเพลียในร่างกาน : ในลำไยนั้นมีธาตุเหล็กซึ่งจะช่วยให้ป้องกันอาการอ่อนเพลียในร่างกาย

               ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร : เนื่องจากในใบของลำไยนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร และเมื่อนำมาทำเป็น ชาลำไย นั้นก็จะช่วยในเรื่องนี้ด้วยเช่นกันพร้อมกับทานง่ายกว่าการทานใบลำไยด้วยนะครับ

               ช่วยบำรุงผิว : เนื่องจากใน “ชาลำไย” นั้นจะมีส่วนผสมของวิตามิซีอยู่มาก ซึ่งวิตามินตัวนี้เป็นตัวที่ช่วยการดูแลรักษาผิว และยังเป็นสารต่อต้านอนูมูลอิสระอีกด้วย

              ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อต่าง ๆ : เนื่องจากว่าลำไยนั้นมีส่วนผสมของฟอสฟอรัส ซึ่งจะช่วยในเรื่อวของการบรรเทาข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกายด้วย

                ดังนั้นหากใครที่รู้อย่างงี้แล้วก็ลองเอา ชาลำไย มาลองดื่มสักจิบสองจิบก็ได้นะครับ เพราะบางทีเราอาจะชอบนำรสลำไยก็ได้ และ ยิ่งปัจจุบันด้วยแล้ว ยังไงการดูแลรักษาสุขภาพก้สำคัญด้วยเช่นกันครับดังนั้นหากว่าราไปกลับกลิ่นและรสชาติของ ชาลำไยได้ก็ลองเอามาดื่มดูก็ได้นะครับ จะได้รู้สึกดีขึ้น เช่น ชาลำไยของ ‘ Inwiang Valley ‘ ผู้เขียนลองแล้วค่อนข้างประทับใจ และพบว่าอาการปวดข้อเบาบางลง

buaksib

เว็บดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ผลบอลสด ที่ดีจะต้องมีอะไรให้เราดูบ้าง ?

                แน่นอนว่าอย่างที่เรารู้กันว่าในปัจจุบันการแข่งขันสูงมากไม่ใช่แค่ธุรกิจแต่กีฬาเองก็ยังแข่งไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลที่มีการแข่งขันตลอดทั้งปีเองก็มีการแข่งขันที่ดุเดือดด้วยเช่นกัน ดังนั้นเหล่าเว็บที่คอบทำหน้าที่บอกรายงาน ผลบอลสด ข่าวกีฬา หรือถ่ายทอดสด ดูบอลสด หรือแม้แต่ตารารางคะแนนเองก็ต้องอัพเดตกันแบบหัวหมุนเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงกันว่าเหล่าเว็บดูบอลออนไลน์ที่ดีควรจะมีอะไรให้เราได้เลือกรับเข้ามาอ่านบ้างลองมาดูกันครับ

1.มีทั้งลีกนอก และ ในประเทศ

            ไม่ว่าจะเป็นลีกอังกฤษ พรีเมียลีก หรือแม้แต่การแข่งขันบอลในประเทศก็มีข่าวอัพเดตกันตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรก็ตามแต่ควรมีข่าวฟุตบอล ข่าวสารทุก ๆ อย่างไว้หมดอย่างเช่นเว็บอย่าง buaksib ที่มีข่าวทั้งฟุตบอลทั้งในและต่างประเทศ

2.เขียนข่าวด้วยความเป็นกลาง

            แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็สามารถกลายเป็นนักเขียนได้หากมีความรู้ที่ตัวเองสนใจ การเขียนข่าวฟุตบอลเองก็เช่นกันถ้าหากเป็นแฟนพันธ์แท้จริง ๆ ก็สามารถเขียนคอนเท้นต์ให้คนที่สนใจมาอ่านได้ แต่ควรเขียนด้วยความเป็นกลางไม่ใช่เชียร์ทีมใดทีมหนึ่ง หรือ เชียร์เขียนอวยเฉพาะทีมที่ตัวเองชื่นชอบนะครับ

3.อัพเดตทั้งตาราง และ คะแนน การแข่งขัน

            ควรมีการอัพเดตที่รวดเร็วไม่ว่าจะลีกไหนก็ตามจะต้องมีกระดานทั้งตารางการแข่งขันและ ตารางคะแนน ว่าในแต่ละวันมีคู่ไหนเตะกับคู่ไหนบ้าง และยังควรมีตารางคะแนนไว้ด้วยว่าทีมไหนอยู่หัวตาราง ทีมไหน อยู่ท้ายตารางและมีคะแนนเก็บอยู่เท่าไหร่เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่านจะได้ข้อมูลมากขึ้น

4.ดูบอลออนไลน์

            ไม่ว่าคืนนั้นจะมีทีมไหนเตะกับทีมไหนก็ตามแต่ ควรมีลิ้งการดูบอลออนไลน์ไว้ด้วยเพื่อที่เหล่าแฟนพันธ์แท้ของทีมนั้น ๆ จะได้เลือกเข้ามาดูได้ โดยที่ไม่ต้องไปหาลิ้งที่ยุ่งยาก อย่างเช่นเว็บไซต์ข่าวกีฬาฟุตบอลอย่าง buaksib  ก็จะมีลิ้งสำหรับดูบอลออนไลน์ในแต่ละคู่ไว้ด้วย

5.อัพเดตข่าวสารต่าง ๆ

            ต่อให้ไม่มีการแข่งขัน แต่ยังมีแฟนคลับบางคนที่ชื่นชอบการได้อ่านข่าวฟุตบอลหรือแม้แต่ข่าวสารของเหล่านักเตะที่เขาชื่นชอบดังนั้นหากเว็บไซต์ดูบอลออนไลน์ที่ดีควรมีการอัพเดตข่าวไว้ด้วยไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวสำหรับการเตะเสมอไปอาจจะเป็นข่าวของผู้เล่นก็ได้

                ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาท่านสามารถหาได้จากเว็บไซต์อย่าง buaksib ที่มีข้อมูลครบ ข่าวสารที่อัพเดตตลอดเวลา รวมทั้งผลบอล พร้อมดูบอลออนไลน์ เรียกว่าเข้าเว็บเดียวมีทุกอย่างแน่นอน

เครื่องวัดฝุ่นพกพา

อันตรายจาก ฝุ่นละออง PM 2.5

  • อันตรายต่อปอด หากเราหายใจเอา ฝุ่นละออง PM 2.5 เข้าไปมากๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอดเพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเข้าไปจนถึงถุงลมในปอดได้ จะทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น หายใจสั้นถี่ และยังอาจส่งผลให้เป็นโรคร้าย เช่น โรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดแข็งจากภาวะฝุ่นจับปอด (Pneumoconiosis)
  • มีผลกระทบต่อสุขภาพในอาการเบื้องต้น ได้แก่ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย มองไม่ชัด หอบหืด
  • มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก คัดจมูก แสบจมูก เจ็บคอ ไอแบบมีเสมหะ หรืออาจส่งผลให้เป็นไซนัสอักเสบได้ หรืออาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น อึดอัดแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เจ็บหน้าอก
  • อันตรายต่อดวงตา อาจทำให้เกิดอาการแสบตา ตาแดง ระเคืองตา ตาอักเสบ ซึ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาอาจทำให้รุนแรงขึ้น เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ ภูมิแพ้ขึ้นตา
  • โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอปนเลือด มีเสมหะ อาจหายใจมีเสียงดังหวีด หากมีอาการเกิน 3 สัปดาห์ก็อาจจะทำให้เป็นโรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง
  • อันตรายกับหัวใจ หากร่างกายได้รับฝุ่นละออง PM 2.5 ปริมาณมากและเป็นระยะเวลานาน จะมีผลต่อระบบหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นแรงขึ้น มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เกิดภาวะหัวใจวาย และหลอดเลือดสมองตีบจนถึงตายได้
  • มะเร็งระบบทางเดินหายใจ ฝุ่นละอองขนาดเล็กเมื่อสัมผัสกับปอดนานๆ อาจเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองหรือระบบเลือด จะทำให้เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ จนก่อให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง หรือ มะเร็งปอด
  • อันตรายต่อผิวหนัง อาจส่งผลให้เกิดอาการลมพิษ ระคายเคืองคันตามร่างกาย ผิวหนังอักเสบ ปวดแสบปวดร้อนที่ผิวหนัง ผื่นกำเริบ ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่แล้วควรระวังเพื่อไม่ให้โรคกำเริบได้
  • อันตรายต่อกลุ่มเสี่ยงเพราะอาจทำให้โรคกำเริบได้ ยิ่งกลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคปอด โรคถุงลมในปอดโป่งพอง โรคมะเร็งปอด โรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวทำให้มีโอกาสหัวใจวายเฉียบพลัน ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงทั้งหลายควรอยู่แต่ในอาคารบ้านเรือน

เห็นแบบนี้แล้ว ทางเราจึงขอแนะนำให้คุณพก เครื่องวัดฝุ่นพกพา เอาไว้ดีกว่า ทั้งนอกบ้านและในบ้านเลย เพราะเราไม่สามารถมองเห็นเจ้าฝุ่นจิ๋วนี้ได้จริงๆ ฉะนั้นเครื่องวัดฝุ่นพกพาก็จะช่วยให้คุณทราบว่าตรงไหนที่มีค่าฝุ่นหนักมาก ที่ควรหลีกเลี่ยง ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องวัดฝุ่นพกพานั้นอาจมีราคาที่สูงหน่อย แต่ก็คุ้มค่าที่จะเสียนะคะ

ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี

ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี

เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ เป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น ถ้าเราดูแลสุขภาพของเราดี โอกาสที่สุขภาพของเราจะแย่มันก็มีน้อยลง และโรคภัยต่าง ๆ ก็จะไม่เบียดเบียนด้วย แต่ถ้าเราปล่อยปละละเลย โรคร้ายต่าง ๆ ก็ต้องตามมาแน่นอน ถึงแม้เราจะมีการควบคุมเรื่องของการกิน และออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ การตรวจสุขภาพ ที่จะช่วยให้เรารู้สุขภาพของเราได้ดีมากขึ้น ว่าดีหรือไม่ดีอย่างงไร

ซึ่งการตรวจสุขภาพที่สำคัญก็คือการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกวัย จะต้องตรวจเหมือนกัน เพื่อจะได้รู้ว่าร่างกายของเราเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยทำงาน ร่างกายจะเสื่อมเร็วกว่าปรกติ ลองมาดูว่า ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี มีโรคอะไรบ้างที่มักจะเกิดในช่วงวัยทำงาน

-โรคภาวะเสื่อมจากการได้ยิน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในสถานที่ที่มีเสียงดัง ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิง หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรเสียงดังก็ตาม หากไม่มีการป้องกัน ก็อาจจะทำให้สมรรถภาพทางการได้ยินเสื่อมลงด้วย จึงต้องมีการ ตรวจสุขภาพอยู่เสมอ จะตรวจที่โรงพยาบาล ก็ได้ทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้เอง ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี เพราะถ้าเรารู้อาการตั้งงแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถป้องกันได้ทันเวลา และหาทางหลีกเลี่ยง หรือแม้แต่การหางานใหม่ทำ

-โรคที่เกิดจากสารพิษ เช่นพวกโลหะหนัก ตะกั่ว ปรอท เป็นต้น โดยเฉพาะคนที่ทำงานในโรงงานผลิตสารพิษเหล่านี้ หรือแม้แต่จะเป็นเกษตรกรที่ทำนาก็ตาม และมักจะใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพิษเหล่านี้อยู่บ่อย ๆ หากไม่ป้องกันตัวเอง ขณะที่ทำการใช้ยาต่าง ๆ สารพิษก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคได้ง่ายเหมือนกัน

-อุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากคนทำงานทุกอาชีพ แต่ที่พบเจอบ่อยมากที่สุด ก็คือคนที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ไม่ว่าจะเกิดจากความประมาท หรือว่าความผิดปรกติของเครื่องจักรก็ตาม สามารถที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ บางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นพิการ และเสียชีวิตเลยก็มี

-โรคผิวหนัง เป็นสิ่งที่พบเจอได้ง่ายมากที่สุด หลายๆ อาชีพต้องทำงานตากแดด หรือว่าทำงานที่มีสารเคมี หรือต้องกระทบกับอะไรก็ตาม ที่มันเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนัง อย่างเช่นมะเร็งผิวหนัง หรืออาการแพ้ต่าง ๆ หากไม่มีการป้องกันที่ดี ขณะทำงาน ก็อาจจะเสี่ยงก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน จึงหมั่นตรวจสุขภาพ และดูอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความผิดปรกติในร่างกายของเราเสมอ

-โรคมะเร็ง เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด เหนือกว่าโรคอื่น ๆ และการทำงานบางอย่าง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องเจอกับสารเคมี หรือว่าฝุ่นละอองอยู่เสมอ ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะเหตุนี้เอง ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี เพราะมันสามารถที่จะทำให้เรารู้ความผิดปรกติของร่างกายของเราได้ทันการ และป้องกันได้

เราจึงต้องหมั่นตรวจสุขภาพ และดูแลร่างกายของเราอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่ทำงานอะไรก็ตาม ที่มันเสี่ยงกับการเกิดโรคต่าง ๆ ต้องหมั่นตรวจให้บ่อยกว่าปรกติ เห็นความสำคัญหรือยังว่า เพราะอะไร ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี ฉะนั้นถ้าเราอยากจะให้สุขภาพของเราปรกติ และห่างไกลโรคร้ายอยู่ตลอดเวลา การตรวจสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้